โครงการดาวเทียม IPSTAR

Posted: 13/08/2010 in Internet & Communication Technology (ITM 640)

เครือข่ายสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงผ่านดาวเทียมระบบ iPSTAR

                              โครงการดาวเทียม iPSTAR หรือ โครงการ Broadband Satellite เป็นโครงการที่บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด ( มหาชน) ได้เริ่มคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีของไอพีสตาร์มาตั้งแต่ 2540 เพื่อรองรับการใช้งานด้านบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมโดยตรง ซึ่งเทคโนโลยีของไอพีสตาร์ จัดเป็นเทคโนโลยีบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมที่ก้าวหน้ามากที่สุดในโลก และบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด ( มหาชน) ได้ทำการจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีไอพีสตาร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดาวเทียม iPSTAR มีกำหนดการเริ่มให้บริการประมาณต้นปี 2547 และมีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทวีปเอเชีย และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีแนวโน้มกาขยายตัวทางด้านโทรคมนาคมอย่างรวดเร็ว และเป็นตลาดเป้าหมายที่สำคัญของโครงการ iPSTAR Broadband Satellite

 IPSTAR คืออะไร

                              IPSTAR เป็นบริการ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ผ่านทางช่องสัญญาณ ดาวเทียม แบบ สองทาง (Two-ways Broadband Internet) ซึ่งมีการเชื่อมต่อแบบตลอดเวลา (Always on) ทั้งนี้ในส่วนของชุดอุปกรณ์ Terminal ได้ถูกออกเแบบมาพิเศษ ให้สามารถ ใช้งาน ได้กับดาวเทียมหลายประเภท ทั้งนี้ไม่ได้ผูกติด ว่าจะต้องนำมา ใช้งานกับดาวเทียม IPSTAR เท่านั้น ในการเปิดให้บริการ IPSTAR ในประเทศไทย จะดำเนินการ ผ่านทางช่องทางการจัดจำหน่ายของผู้ให้บริการทางอินเตอร์เนต เพื่อรองรับความต้องการ ในการบริการ อินเทอร์เน็ต ที่หลากหลาย ด้วยคุณสมบัติของเทคโนโลยีดาวเทียม จะทำให้บริการ IPSTAR สามารถเปิดให้บริการ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet) ได้ทั่วประเทศ สามารถติดตั้งได้รวดเร็ว และสะดวกในการใช้งาน

 ลักษณะการทำงานของ IPSTAR

                                ลักษณะการให้บริการของ IPSTAR จะมีลักษณะการทำงาน คล้ายคลึง กับการ เชื่อมต่อ ใช้งานอินเทอร์เน็ต ผ่านสื่อสัญญาณ ประเภทอื่น เพียงผู้ใช้บริการทำการติดตั้งชุดอุปกรณ์ IPSTAR Terminal และทำการ เชื่อมเข้ากับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือการเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยจะเป็นการรับ-ส่งข้อมูลตรง ระหว่างอุปกรณ์ปลายทาง และระบบเครือข่าย หลักของ ผู้ให้บริการทางอินเตอร์เนตไม่ว่าชุดอุปกรณ์จะอยู่ ณ จังหวัดใด

                                ด้วยการออกแบบระบบที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับระบบการบริหารช่องสัญญาณ จึงทำให้สามารถนำบริการ IPSTAR มาประยุกต์ และใช้งาน ควบคู่กับ Application ต่างๆ หรือลักษณะการใช้งานที่ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งในลักษณะ การ ใช้งาน ในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีจำนวนผู้ใช้งาน และความต้องการในช่องสัญญาณขนาดใหญ่ องค์กรขนาดกลางที่มีการใช้งานในระดับปกติ หรือองค์กรขนาดเล็ก (SME) ที่มีความต้องการ ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เฉพาะในบางช่วงเวลา จากรูปภาพแสดงการทำงาน ของระบบ จะเห็นได้ว่าบริการ IPSTAR มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูงในการที่จะนำประยุกต์ ใช้ในธุรกิจต่างๆ

                               ไอพีสตาร์ได้รับการออกแบบ ให้มีระบบรับ-ส่งสัญญาณความเร็วสูง ที่มีสมรรถภาพและเสถียรภาพเป็นเลิศ พร้อมระบบบริหาร ช่องสัญญาณอันทรงประสิทธิภาพ จึงทำให้สามารถนำบริการไอพีสตาร์ มาประยุกต์ใช้งานควบคู่กับการประยุกต์ใช้งานต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย อาทิ เช่น การรับ-ส่งข้อมูลขนาดใหญ่, การประชุมทางไกลด้วยภาพผ่านทางอินเตอร์เน็ต , การประยุกต์ใช้งานด้านเสียง (Voice Service), การแพร่สัญญาณภาพ และเสียงสู่เครือข่ายอินเตอร์เน็ตภายในองค์กร (Broadcasting), การสร้างเครือข่ายอินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย ภายในอาคารสำนักงานหรืออาคารที่พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก และต้องการใช้ช่องสัญญาณขนาดใหญ่ , องค์กรขนาดกลางที่มีการใช้งานในระดับปกติ หรือองค์กรขนาดเล็ก (SME) ที่ต้องการใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเฉพาะในบางช่วงเวลา

 รูปแบบของบริการ IPSTAR แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ

1. STAR LINK (Corporate FIX Bandwidth)

2. STAR EXPRESS (Broadband Access for Home SME)

-    IP STAR HOME

-    IP STAR SME

-   IP STAR COPORATE

IPSTAR LINK

                               ลักษณะการทำงาน (Corporate Internet Access) เป็นการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่มีรูปแบบการเชื่อมต่อแบบเดียวกันกับการเชื่อมต่อผ่านสื่อ แบบคู่สายเช่า (Leased Line) แต่เปลี่ยนมาใช้สื่อเชื่อมต่อด้วยอุปกรณ์และช่องสัญญาณดาวเทียมแทน และใช้บริการที่คุณภาพใกล้เคียงกัน ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกลหรือบริการแบบคู่สายเช่าไปไม่ถึง สามารถขอใช้บริการ ได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ  

ข้อดีของบริการ
–     สามารถได้รับบริการอินเทอร์เน็ตเต็มประสิทธิภาพ

-      พื้นที่ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ

 –      ติดตั้งได้สะดวก และรวดเร็ว  

กลุ่มเป้าหมาย : กลุ่มลูกค้าองค์กรที่มีความต้องการในการใช้บริการอินเทอร์เน็ตในปริมาณสูง  

 

                                   

STAR EXPRESS (Broadband Access for SME)

                               ลักษณะการทำงานเป็นการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ผ่านทางเครือข่ายดาวเทียม โดยรูปแบบบริการถูกออกแบบมาเพื่อให้บริการในลักษณะของ* Shared Bandwidth* ด้วยการออกแบบระบบการให้บริการในลักษณะของการบริหารช่องสัญญาณ ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเป็นอัตราส่วนการ Shared Bandwidth ที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าเป้าหมาย ด้วยบริการในรูปแบบนี้ผู้ใช้บริการสามารถได้ใช้บริการในระดับความเร็วที่สูงสุด ตั้งแต่ 256-2048 Kbps. (Best Effort) ในกรณีที่ช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้เข้ามาใช้งานน้อย ถึงปานกลาง

 ข้อดีของบริการ

- สามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ต ได้สูงสุด 2 MB (Best Effort) ภายใต้ระบบ การบริหารช่องสัญญาณ ที่มีประสิทธิภาพ

- พื้นที่ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ

- ติดตั้งได้สะดวกและรวดเร็ว

- สามารถเลือกระดับอัตราความเร็วได้ตั้งแต่ 256/128 Kbps ถึง 1024/512 Kbps.

กลุ่มเป้าหมาย  : เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กร ขนาดเล็ก หรือหน่วยงานที่มีความต้องการในการ ใช้อินเทอร์เน็ต ในระดับน้อย

รูปแบบการเชื่อมต่อ STAR EXPRESS   (Broadband Internet Access)

                             ข้อควรทราบ : บริการ STAR Express เป็นบริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่ถูกออกแบบมา ให้มีขนาด ของช่องสัญญาณ ในขารับ มากกว่าขนาดของช่องสัญญาณในขาส่ง และเป็นรูปแบบบริการแบบ Shared Bandwidth   จึงทำให้ไม่เหมาะ กับการใช้งานบางประเภท อาทิเช่น การติดตั้ง Web Server, Mail Server ที่เน้นการส่งออกมากกว่ารับ หรือโปรแกรม ประเภทต่างๆ ที่จะต้องมีการส่งข้อมูลออกไปจำนวนมาก ๆ และต่อเนื่อง อาทิเช่น CCTV, VDO Conference , Streaming Server (VDO and Audio) , etc.  เพราะการใช้งานในรูปแบบดังกล่าว จะมีผลกระทบ ต่อความเร็ว ในการ ใช้งานอินเทอร์เน็ตของท่านเอง

ลักษณะรูปแบบของการใช้งานบน Application ผ่านไอพีสตาร์

1. เครือข่ายเสมือนเฉพาะภายในองค์กร Virtual Private Network (VPN)

                              เครือข่ายเสมือนเฉพาะภายในองค์กร Virtual Private Network (VPN) ไอพีสตาร์ สามารถสร้างเครือข่ายเสมือนเฉพาะภายในองค์กรที่เรียกว่า VPN เพื่อเป็นการเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์ปลายทาง (Terminal) ต่างๆ กับภายในเครือข่ายขององค์กรหรือระหว่างสาขา โดยผ่านอินเตอร์เน็ต บนเครือข่ายไอพีสตาร์ ที่สามารถสร้างช่องทางพิเศษ สำหรับการสื่อสารภายในเครือข่ายขององค์กร เสมือนการมีเครือข่ายส่วนตัวโดยไม่ต้องเช่าคู่สาย และทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ในการเช่าวงจรได้เป็นอย่างมาก และเครือข่ายยังมีความสามารถสูง สำหรับนำมาประยุกต์การใช้งานประเภทนี้ จึงเหมาะสำหรับองค์กร ที่ต้องการ เครือข่ายส่วนตัวที่มีความปลอดภัยของข้อมูล โดยการเข้ารหัส (Encoder) หรือการใช้งานบน Protocol (IP) Platform การนำ IPSTAR ไปประยุกต์ใช้งานกับ VPN นี้ ทำให้องค์กรสามารถนำช่องสัญญาณที่เปิดใช้งานนำมาใช้บริการแบบ Star Net ที่ ซีเอส ล็อกซอินโฟ ให้บริการไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและประหยัด ค่าใช้จ่ายให้แก่องค์กรเป็นอย่างมาก

                                เนื่องจากไอพีสตาร์ สามารถออกแบบและนำเอาช่องสัญญาณรวมมาจัดสรรให้เหมาะสมกับการความต้องการใช้งานจริงของทั้งองค์กรได้ โดยแต่ละสาขาที่ทำการเชื่อมต่อกับสำนักงานใหญ่สามรถ Login เข้าไปใช้ช่องสัญญาณได้เมื่อมีความต้องการใช้งาน หากสาขากใดยังไม่จำเป็นต้องใช้งาน ณ เวลานั้น ช่องสัญญาณดาวเทียมสามารถสำรองไว้ให้สาขาอื่นๆ เข้ามาใช้งานได้ ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับองค์กรขนาดใหญ่

ไอพีสตาร์สามารถรองรับ การใช้งาน VPN ในรูปแบบต่างๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ได้แก่

  1. Access VPN สำหรับพนักงานภายในองค์กรที่ทำงานนอกสถานที่ให้สามารถเข้าถึงเครือข่าย องค์กรเพื่อใช้งานได้เสมือนอยู่ภายในสำนักงาน
  2. Intranet VPN สำหรับการสื่อสารและการใช้ข้อมูลกลางร่วมกันระหว่างสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาต่างๆ เสมือนเครือข่ายร่วมกันในองค์กร
  3. Extranet VPN สำหรับการสื่อสารระหว่างองค์กรกับบุคคลอื่นภายนอกองค์กร ซึ่งอาจเป็นผู้จำหน่ายสินค้า และบริการ (Supplier) พันธมิตรทางธุรกิจ หรือกลุ่มลูกค้าขององค์กรก็ได้

จุดเด่นของ ไอพีสตาร์ สำหรับเครือข่ายเสมือนเฉพาะภายในองค์กร

-   การทำเครือข่ายส่วนตัวบนไอพีสตาร์ ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงตำแหน่งที่ตั้งขององค์กร หรือสาขาว่าจะต้องมีเครือข่ายสายเข้าไปถึง สามารถขยายเครือข่ายสาขาจาก LAN ในพื้นที่เล็กๆ เป็น WAN ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

-   ที่สำนักงานใหญ่ขององค์กร ควรมีวงจรเช่าต่อเข้าหา Gateway IPSTAR ผ่าน VPN-enabled router เพื่อรองรับการเชื่อมต่อระหว่างสำนักงานสาขาที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล กับสำนักงานใหญ่ด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณผ่านดาวเทียม ไอพีสตาร์ ในลักษณะการขึ้นลงเพียงครั้งเดียว

-     ช่องสัญญาณไอพีสตาร์ สามารถนำมาปรับเปลี่ยน และใช้งานร่วมกันตามความต้องการของผู้ใช้ ดังนั้นองค์กร จึงสามารถเช่าช่องสัญญาณเท่ากับปริมาณที่ใช้จริง เช่น เช่าช่องสัญญาณ 1 Mb. สำหรับการใช้งาน 20 สาขา ซึ่งแต่ละสาขาจะได้ความเร็วและคุณภาพตามที่ต้องการ

-   ไอพีสตาร์สามารถรองรับการใช้งานที่ต้องการช่องสัญญาณระบบ IPSTAR สามารถนำมาใช้ในการเชื่อมโยงสาขาต่าง ๆ ภายในเครือข่ายขององค์กร ไปยังศูนย์ กลางข้อมูลกับสำนักงานใหญ่ ผ่านสถานีเกตเวย์ของ IPSTAR ด้วยวงจรเช่าคู่สาย ( Leased Line) เชื่อมต่อมายัง ซีเอส ล็อกซอินโฟ ดังแสดงใน รูปข้างล่างนี้

 2.      การประชุมทางไกลผ่านดาวเทียม IPSTAR fot Video Conferencing (VDC)

                              การประชุมทางไกลด้วยภาพผ่านดาวเทียม (Video Conference : VDC ) จัดเป็นการประยุกต์ใช้งานที่สำคัญอย่างหนึ่งในการให้บริการบรอดแบรนด์ ระบบ ระบบ IPSTAR ยังสนับสนุนมาตรฐาน H.323 สำหรับ VDC อีกทั้งการควบคุม และจัดสรรช่องสัญญาณรวมตลอดจนความยืดหยุ่นและรวดเร็วในการปรับความเร็ว ตามความต้องการใช้งานของ ระบบ IPSTAR ทำให้การใช้งาน VDC จากเดิมที่เคยมีความยุ่งยากในการติดตั้งอุปกรณ์ และมีค่าบริการค่อนข้างแพง อีกทั้งความเร็วในการส่งข้อมูลถูกจำกัด เปลี่ยนมาเป็นความสะดวก รวดเร็ว ราคาถูก และสามารถประชุมทางไกลจาก ที่ใดก็ได้ ในลักษณะ Client/Server ผ่าน IP Network ของ IPSTAR นอกจากนี้ IPSTAR ยังมีจุดเด่นความสามารถด้าน Broadcast และ Multicast ทำให้สามารถแพร่ภาพและ ข้อมูลไปยังเครือข่ายหรือสาขา ที่มีจำนวนอุปกรณ์ปลายทางจำนวน มาก สามารถรับสัญญาณภาพพร้อมกันได้

จุดเด่นของการทำงาน VDC

-  ราคาประหยัด และถูกกว่าการให้บริการแบบอื่นๆ หากเปรียบเทียบกับ การใช้งานผ่านระบบอื่นๆ แบบเดิม อย่างมาก

-   การติดตั้งง่าย ต่อจุดติดตั้ง 1 จุด สามารถติดตั้งได้เสร็จภายใน 1 วัน

-    หากเป็นการให้บริการแบบ Multicast คุณภาพของสัญญาณ ข้อมูล ที่ได้รับทุกสาขาปลายทาง สามารถรับสัญญาณได้เหมือนกัน และคุณภาพเดียวกัน

-   ระบบ IPSTAR สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการร่วมกับการควบคุมการประชุมได้ เช่น การเพิ่ม/ลด จำนวนผู้เข้าประชุม , การแบ่งห้องประชุมออกเป็นหลายๆ ห้อง และใช้ไฟล์งานเข้าประชุมร่วมกันพร้อมๆ กัน

-     ไอพีสตาร์รองรับการใช้งาน Video Conference ในแบบแม่ข่าย / ลูกข่าย ( Client/Server ) ที่กำลังแพร่หลายได้  (รายละเอียดรูปภาพประกอบ)

 3. มัลติมีเดีย (Multimedia)

                               IPSTAR เป็นระบบเครือข่ายดาวเทียมที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานกับบริการบรอดแบนด์ความ เร็วสูงโดยเฉพาะ ทำให้ผู้ใช้งานผ่านเครือข่าย IPSTAR สามารถเข้าสู่โลกของข้อมูลข่าวสาร การเรียนรู้ และความ บันเทิงต่างๆ แบบ Multimedia ได้อย่างรวดเร็วและไม่มีขีดจำกัดด้านความเร็วของสื่ออีกต่อไป อีกทั้งยังเป็นบริการ ที่มีการเชื่อมต่อแบบตลอดเวลา(Always on) และสามารถให้บริการบรอดแบนด์แบบ 2 ทาง บน Internet Protocol (IP) Platform เพื่อใช้ในการเข้าอินเตอร์เน็ตตามปกติ รวมถึงการใช้งานอื่นๆ บน IP Platform

จุดเด่นของการใช้งาน

  • ไอพีสตาร์เป็นระบบเครือข่ายดาวเทียมที่สามารถให้บริการบรอดแบนด์แบบ 2 ทาง บน Internet Protocol (IP) Platform เพื่อใช้ในการเข้าอินเทอร์เน็ตตามปกติ รวมถึงการใช้การประยุกต์ใช้งานอื่นๆ บน IP Platform
  • การต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ต เป็นแบบ “Always on”
  • อุปกรณ์ปลายทางของไอพีสตาร์สามารถใช้ในการรับส่งข้อมูลได้ด้วยอัตราเร็วสูงสุดถึง 8 Mbps ในด้านรับ และ 2.5 Mbps ในด้านส่ง
  • ไอพีสตาร์จึงสามารถรองรับการสื่อสารทั้งข้อมูล ภาพ และเสียงได้ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยความคับคั่งของข่ายสายภาคพื้นดิน และยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่เครือข่าย IP จากที่ใดๆ ก็ได้ในกรณีที่ข่ายสายภาคพื้นดินยังไปไม่ถึง
  • ผู้ใช้สามารถใช้ไอพีสตาร์ร่วมกับการประยุกต์ใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาผ่านอินเทอร์เน็ต (E-learning), การถ่ายทอดสด(Live Broadcast), การเลือกรับชมรายการวิดีทัศน์ตามความต้องการ(Video on Demand), การประชุมทางไกลด้วยภาพผ่านดาวเทียม(Video Conference), คอมพิวเตอร์เกมส์(Interactive Computer Games), การดาวน์โหลดข้อมูล และอื่นๆ
  • ความเร็วในการรับส่งข้อมูลด้วยอุปกรณ์ปลายทางของไอพีสตาร์สามารถกำหนดได้ สอดคล้องกับความต้องการใช้งาน และเพื่อให้การใช้แบนด์วิดท์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ตัวอย่างรูปแบบการให้บริการของไอพีสตาร์

  วงจรเฉพาะ วงจรร่วม
รูปแบบการให้บริการ 128k 256k 512k บุคคลทั่วไป ธุรกิจร่วม
ประเภทของแบนด์วิดท์ แบนด์วิดท์คงที่ แบนด์วิดท์ร่วม
อัตราเร็วขารับ 128 kbps 256 kbps 512 kbps 1 Mbps 2 Mbps
อัตราเร็วขาส่ง 64 kbps 128 kbps 128 kbps 256 kbps 512 kbps
อัตราส่วนการใช้งานร่วมกัน 1:1 1:1 1:1 100:1 40:1

 ระบบ บริการIPSTAR ในประเทศไทย

                               เป็นโครงการ Sattellite Broadband Internet Access ของบริษัทชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน)มีเป้าหมายที่จะสร้าง Platform Network สำหรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่ผู้ใช้บริการ  ในช่วง Last Mile (ตรงถึงบ้าน/สำนักงาน)
โครงการ IP Star แบ่งเป็น 2 ระยะ
  – ระยะที่ 1 ใช้ช่องสัญญาณย่าน Ku band บนดาวเทียมไทยคม 1และ 2 เปิดให้บริการ
                        ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2543
– ระยะที่ 2 จะเริ่มเปิดให้บริการหลังจากส่งดาวเทียม IP Star ขึ้นสู่วงโคจรประมาณ ต้นปี 2548

ขอบเขตของงานบริการในประเทศไทย
               ให้บริการในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค โดยทำการติดตั้งทดสอบ และเชื่อมโยงระบบสื่อสัญญาณดาวเทียม IP Star กับเครือข่ายของผู้บริการอินเตอร์เนต เช่น Frame Relay และ Internet เป็นต้น การขยายตัวของบริการมีโอกาสเพิ่มสูง เนื่องจากการให้บริการไม่มีข้อจำกัดทางด้านระยะทางของพื้นที่ที่สามารถให้บริการได้ อีกประการหนึ่งคือโครงข่ายสื่อสัญญาณทางสายด้วยใยแก้วนำแสงหรือ สายทองแดง ยังขาดแคลนและไม่มีหน่วยงานใดในประเทศไทยจัดหาได้ครอบคลุมทั่วประเทศ และ เพียงพอที่จะรองรับได้ทันกับโครงการในปัจจุบันที่เกิดขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลได้
          ภารกิจภายหลังจากการเปิดให้บริการคือ การบำรุงรักษาอุปกรณ์การแก้ไข และซ่อมบำรุงอุปกรณ์ การจัดหาอุปกรณ์เพื่อการสับเปลี่ยน ทดแทนกับอุปกรณ์ที่เสียเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และมีอุปกรณ์ที่เพียงพอต่อความต้องการใช้บริการของลูกค้า

 การใช้อินเทอร์เน็ตสำหรับแหล่งธุรกิจ ที่ทำงาน และที่อยู่อาศัย

  • บริการของไอพีสตาร์เป็นเครือข่ายส่งตรงถึงผู้ใช้ปลายทาง (last-mile access) ซึ่งสนับสนุนการเชื่อมต่อกับระบบการเข้าถึงผู้ใช้งานรายบุคคล(last-inch) เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้อินเทอร์เน็ต
  • การใช้งานแบนด์วิดท์ของไอพีสตาร์จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการใช้งานร่วมกันระหว่างผู้ใช้งานในกลุ่ม
  • ไอพีสตาร์ให้ความยืดหยุ่นในการใช้แบนด์วิดท์ ช่วยให้ผู้ใช้งานมีโอกาสเชื่อมต่ออินเทอร์ตามความต้องการของแต่ละบุคคล ด้วยอัตราเร็วที่สูงกว่าปกติได้ (Burstable Speed – On Demand)
  • ให้ความสะดวกและรวดเร็วแก่ผู้ให้บริการ หรือ Service Provider ในการให้บริการอินเทอร์เน็ตพร้อมบริการเสริม ในจุดให้บริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเขตสำนักงาน เขตที่พักอาศัย ย่านธุรกิจต่างๆ
  • ไอพีสตาร์ช่วยให้ผู้ใช้งานที่มีบริการโรมมิ่งอินเทอร์เน็ต สามารถเข้าสู่อินเทอร์เน็ตได้ในที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน สำนักงาน และจุดที่เป็นแหล่งธุรกิจพาณิชย์ต่างๆ (Hotspots)

สัดส่วนทางการตลาดสำหรับการใช้อินเทอร์เน็ตของกลุ่มผู้ใช้งาน

  • MTU (Multi-Tenant Unit) หรือแหล่งที่ทำงาน เช่น อาคารสำนักงาน นิคมอุสาหกรรม
  • MDU (Multi-Dwelling Unit) หรือแหล่งที่อยู่อาศัย เช่น คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนท์
  • Hotspots หรือแหล่งธุรกิจพาณิชย์ เช่น สนามบิน โรงแรม ศูนย์การค้า โรงพยาบาล

การเข้าถึงผู้ใช้งานรายบุคคล แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่

  • LAN: Category 5 cable: สำหรับอาคารที่มีการวางสาย LAN อยู่แล้ว (Broadband Ready)
  • สายโทรศัพท์ : สำหรับที่พักอาศัยหรืออาคารที่มีคู่สายโทรศัพท์อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องวางสาย LAN ใหม่ ก็สามารถใช้โทรศัพท์พร้อมกับการเล่นอินเทอร์เน็ตได้ โดยอาศัยระบบที่ออกแบบมาช่วยในการเข้าถึงบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตผ่านสายโทรศัพท์ เช่น Mini DSLAM (Digital Subscriber Line Access Multiplexer), อุปกรณ์ HPNA (Home Phoneline Network Alliance)
  • ระบบไร้สาย : สำหรับการเข้าสู่อินเทอร์เน็ตตามที่สาธารณะต่างๆ (Hotspots) เช่น สนามบิน ศูนย์การค้า โรงแรม หอพัก หรือแม้แต่อาคารสำนักงานที่มีการวางระบบ LAN อยู่แล้วโดยไม่ต้องมีการเดินสายเคเบิล โดยใช้เทคโนโลยีสำหรับ Wireless Access เช่น Standard Wireless LAN: IEEE 802.11a, 802.11b, Non-standard wireless LAN, Home RF, Bluetooth
  • สายไฟฟ้า : สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟฟ้าภายในบ้านหรืออาคาร สามารถใช้กับการประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ระบบการอ่านมาตรวัดไฟฟ้าอัตโนมัติ(Automatic Meter Reading: AMR), บ้านอัจฉริยะ(Home Automation), เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ(Smart Appliances)
  • ระบบเคเบิลทีวีที่ใช้สาย coaxial: สำหรับโรงแรมหรืออาคารที่มีการเดินสายเคเบิลทีวีอยู่แล้ว

ระบบการเข้าถึงผู้ใช้รายบุคคล

  • บริการโรมมิ่งอินเทอร์เน็ตเป็นการใช้งานร่วมกันระหว่างระบบไอพีสตาร์ซึ่งเป็นเครือข่ายส่งตรงถึงผู้ใช้ปลายทาง ระบบเข้าถึงผู้ใช้รายบุคคล และระบบบริการข้ามเครือข่ายไอพีสตาร์ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใดด้วยการสมัครรับบริการอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการเพียงรายเดียว
  • IP Video on Demand, IP2TV โดยการที่ผู้ให้บริการสามารถส่งข้อมูลไปรอที่เซิร์ฟเวอร์ของเครือข่ายภายใน ผู้ใช้งานสามารถเรียกชมวิดีทัศน์ได้ในเวลาที่ต้องการผ่านระบบการเข้าถึงรายบุคคล
  • บริการเสียงและโทรสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (VoIP/FoIP), เครือข่ายเสมือนเฉพาะภายในองค์กร(Virtual Private Network) และการประชุมทางไกลด้วยภาพผ่านดาวเทียม(Video Conferencing)
  • การประชุมทางไกลด้วยภาพผ่านดาวเทียม

การประชุมทางไกลด้วยภาพผ่านดาวเทียม (Video Conferencing)

 IP Star สำหรับการใช้งานด้านการประชุมทางไกลด้วยภาพผ่านดาวเทียม(IP Star for Video Conferencing)

  •  การประชุมทางไกลด้วยภาพผ่านดาวเทียม (Video Conference : VDC) จัดเป็นการประยุกต์ใช้งานที่สำคัญอย่างหนึ่งในการให้บริการบรอดแบนด์
  • บริการบรอดแบนด์ของไอพีสตาร์ทำให้การใช้งาน Video Conference เป็นไปอย่างง่ายดายในทุกที่ที่เครือข่ายดาวเทียมครอบคลุมถึงด้วย IP Network ของไอพีสตาร์
  • ไอพีสตาร์รองรับการใช้งาน Video Conference ในแบบแม่ข่าย/ ลูกข่าย(Client/Server) ที่กำลังแพร่หลายได้
  • เปรียบเทียบกับ Video Conference ในรูปแบบเดิมซึ่งจะต้องมีลักษณะเป็นการจัดแบบห้องประชุม(Room-based Video Conference) ผ่านระบบ ISDN แล้วจะพบว่า การทำ Video Conference ด้วยไอพีสตาร์จะสะดวกรวดเร็วกว่ามาก ทั้งในด้านการเตรียมอุปกรณ์ส่งภาพและเสียง และการจัดวงจรเชื่อมโยงระหว่างผู้เข้าร่วมประชุม โดยเพียงแต่ติดตั้งอุปกรณ์ปลายทางของไอพีสตาร์ในจุดที่ต้องการใช้งาน ส่งผลให้ผู้ใช้สามารถใช้บริการได้ในราคาที่ถูกกว่าแบบเดิมมาก
  • ไอพีสตาร์ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายแก่ผู้ใช้งาน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานจากที่บ้านโดยไม่ต้องเข้าสำนักงาน (Work at home) สามารถจัดประชุมระหว่างสำนักงานที่อยู่ในที่ห่างไกลในจังหวัดต่างๆ หรือการประชุมทางธุรกิจกับผู้จำหน่ายสินค้าและบริการ(Supplier) พันธมิตรทางธุรกิจหรือลูกค้าเป็นไปอย่างง่ายดาย โดยช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมและเดินทาง นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถอบรมพนักงานในเบื้องต้นได้ ทั้งหมดนี้โดยอาศัยห้องประชุมหรือห้องอบรมเสมือน(Virtual Meeting/Training Room) ที่สร้างขึ้นโดยใช้ไอพีสตาร์

การประชุมทางไกลด้วยภาพผ่านดาวเทียมในลักษณะแม่ข่าย/ลูกข่าย (Client/Server) ที่ใช้เทคโนโลยีของไอพีสตาร์

  • ไอพีสตาร์รองรับการใช้งาน Video Conference ตามมาตรฐาน H.323 ได้
  • ประสิทธิภาพการใช้แบนด์วิดท์ :
    • ระบบ Video Conference สามารถควบคุมและจัดสรรแบนด์วิดท์ได้อย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ โดยการจัดแบนด์วิดท์เฉพาะแก่เทอร์มินัล ที่มีผู้เข้าร่วมประชุมที่กำลังมีบทบาทเท่านั้น
    • ระบบจะสามารถปรับอัตราเร็วในการส่งข้อมูลถึงแต่ละเทอร์มินัลให้ตรงกับความสามารถในการรับข้อมูลของแต่ละเทอร์มินัลภายในเครือข่ายการประชุมได้
  • คุณภาพของการบริการ Video Conference จะเป็นมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าเทอร์มินัลจะอยู่ที่ใด
    • ระบบจะมีคุณสมบัติในการจัดศูนย์กลางสำหรับควบคุมการประชุมได้ (Centralized Management) เช่น การเพิ่ม/ ลดผู้เข้าประชุม การแบ่งห้องประชุมออกเป็นหลายห้อง การใช้ไฟล์และกระดานประชุมร่วมกัน
    • ในอนาคตจะมีระบบออกอากาศการส่งข้อมูลไปยังผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตหลายรายพร้อมกันโดยใช้ข้อมูลเดียวกัน (Multicast Feature) ซึ่งจะสามารถรองรับการใช้ Video Conference สำหรับการแพร่ข้อมูลในเครือข่ายที่มีเทอร์มินัลจำนวนมากพร้อมกันได้ และสามารถนำมาใช้ในการจัดอบรมภายในองค์กร และการออกอากาศรายการโทรทัศน์ภายในองค์กรได้
    • ระบบไอพีสตาร์รองรับการให้บริการด้านเสียงซึ่งถือเป็นบริการสื่อสารโทรคมนาคมที่ยังคงแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน โดยอุปกรณ์ปลายทางมีรุ่นที่ออกแบบสำหรับการใช้งานด้านเสียงโดยเฉพาะ (iPSTAR Voice Box)
  • บริการด้านเสียง
    • ระบบไอพีสตาร์รองรับการให้บริการด้านเสียงซึ่งถือเป็นบริการสื่อสารโทรคมนาคมที่ยังคงแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน โดยอุปกรณ์ปลายทางมีรุ่นที่ออกแบบสำหรับการใช้งานด้านเสียงโดยเฉพาะ (iPSTAR Voice Box)

คุณสมบัติของไอพีสตาร์สำหรับบริการด้านเสียง

  • Voice Box ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานสื่อสารทางเสียง/ แฟกซ์ได้โดยตรง โดยรวมเอาฟังก์ชั่นของบริการเสียงผ่านระบบอินเทอร์เน็ต(Voice over IP) และ Satellite modem เข้าไว้ในกล่องเดียวกัน รองรับการใช้งานได้หลายคู่สายต่อหนึ่งอุปกรณ์ปลายทาง
  • สามารถต่อใช้งานได้กับอุปกรณ์ Voice over IP มาตรฐาน ทั้ง IP Phone และ VoIP Gateway
  • สนับสนุนการทำงานของ Voice Mail หรือ Fax Mail Server
  • สามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ เหมาะสำหรับการให้บริการโทรศัพท์ชนบทผ่านดาวเทียม (Rural Telephone) รวมถึงระบบโทรศัพท์ภายในเครือข่ายขององค์กร

ไอพีสตาร์สำหรับการใช้งานด้านโทรศัพท์ชนบทผ่านดาวเทียม

  • อุปกรณ์ Voice Box ของไอพีสตาร์จะได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานในชนบทได้ สามารถต่อใช้งานที่ –48 Volts DC ผ่านแบตเตอรี่ หรือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อการใช้งานในเขตที่ยังไม่มีระบบจ่ายกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้โครงสร้างอุปกรณ์ยังถูกออกแบบให้มีความแข็งแรง ทนทาน พร้อมระบบป้องกันฝุ่น และความร้อน
  • เมื่อเปรียบเทียบกับการให้บริการ Rural Telephone ที่ใช้ระบบ SCPC DAMA (Single Channel Per Carrier/Demand Assigned Multiple Access) แล้ว ไอพีสตาร์จะมีราคาอุปกรณ์ปลายทางที่ถูกกว่า สามารถใช้แบนด์วิดท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า และรองรับการประยุกต์ใช้งานอื่นๆ บน IP นอกเหนือจากการใช้งานด้านเสียง

ไอพีสตาร์สำหรับเครือข่ายโทรศัพท์ภายในองค์กร

Voice Box ของไอพีสตาร์สามารถรองรับการใช้งานด้านเสียงหรือแฟกซ์ สำหรับเครือข่ายภายในองค์กรซึ่งมีสำนักงานสาขาอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสารระหว่างสำนักงานใหญ่หรือสาขาต่างๆ ผ่านดาวเทียมทั้งในแบบ Single Hop หรือ Double Hop โดยยังคงผ่านสัญญาณเสียงหรือแฟกซ์ได้อย่างมีคุณภาพ

  • รองรับการทำงานแบบ LAN-based VoIP
  • อุปกรณ์ปลายทางของไอพีสตาร์รองรับการใช้งานด้านเสียงได้หลายคู่สายต่อเทอร์มินัล

ไอพีสตาร์สำหรับเครือข่ายเสมือนเฉพาะภายในองค์กร

  • การทำเครือข่ายส่วนตัวบนไอพีสตาร์ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงตำแหน่งที่ตั้งขององค์กรหรือสาขาว่าจะต้องมีข่ายสายไปถึง ทำให้มีความสะดวกในการขยายเครือข่ายจาก LAN ในพื้นที่เล็กๆ เป็น WAN ในพื้นที่ทั่วประเทศ
  • ที่สำนักงานใหญ่ขององค์กรควรมีวงจรเช่าต่อเข้าหาเกตเวย์ของไอพีสตาร์ผ่าน VPN-enabled router เพื่อรองรับการสื่อสารระหว่างสำนักงานสาขาที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลกับสำนักงานใหญ่ด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณผ่านดาวเทียม(Satellite link) ในลักษณะการขึ้นลงเพียงครั้งเดียว
  • แบนด์วิดท์ของไอพีสตาร์สามารถใช้ร่วมกัน และปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้ใช้งานได้ ดังนั้นองค์กรจึงสามารถเช่าแบนด์วิดท์ของไอพีสตาร์เท่าปริมาณทราฟฟิกที่ต้องการใช้งานจริง เช่น แบนด์วิดท์ 1 Mbps สำหรับใช้งาน 20 หรือ 200 เทอร์มินัล ตามอัตราเร็วและคุณภาพที่องค์กรต้องการ
  • ไอพีสตาร์สามารถรองรับการใช้งานแบนด์วิดท์แบบสูงขึ้นเป็นบางช่วง (Burstable) และการใช้แบนด์วิดท์ตามความต้องการของแต่ละบุคคล(On-demand) ได้
  • เครือข่าย VPN สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานร่วมกับ IP Network ของไอพีสตาร์ได้ เช่น จุดจำหน่ายสินค้าหรือ POS (Point of Sales) สำหรับการจ่ายเงินผ่านธนาคาร/ บัตรเครดิต, การดึงข้อมูล หรือการแก้ไขฐานข้อมูลของบริษัทให้ทันสมัย

การประยุกต์ใช้อินทราเน็ตและเอ็กซ์ทราเน็ตภายในองค์กรด้วยเทคโนโลยีของไอพีสตาร์

  • ธนาคารสำนักงานใหญ่และสาขาทั่วประเทศ : ระบบอินทราเน็ต, เอ็กซ์ทราเน็ต และงานด้านการจัดการต่างๆ
  • กลุ่มยานยนต์และตัวแทนจำหน่าย : ระบบสินค้าคงคลัง, ระบบการส่งมอบรถยนต์, การแก้ไขฐานข้อมูลให้ทันสมัย, การอบรมตัวแทนจำหน่าย
  • อุตสาหกรรมปิโตรเลียม : จุดจำหน่ายสินค้า ณ ปั๊มน้ำมัน
  • การค้าปลีก : จุดจำหน่ายสินค้าในร้านค้า
  • รัฐบาลอิเล็คทรอนิกส์ หรือ E-government : ระบบอินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ตของหน่วยงานรัฐบาล

ตัวอย่างบริการของ iPSTAR

บริการ รูปแบบการรับส่ง
ความบันเทิง
  • โทรทัศน์บอกรับสมาชิก
  • โทรทัศน์ทั่วไป
  • ภาพยนตร์แบบ Pay per View
  • ภาพยนตร์แบบ Video On Demand
  • Interactive TV
  • Interactive Games
กระจายส่งสัญญาณแบบสื่อสารทางเดียว
การสื่อสารข้อมูล
  • อินเทอร์เน็ต
  • การศึกษาทางไกล
  • Multimedia
  • Image Networking
  • Transaction Services
  • รับส่งข้อมูลอัตราเร็วสูง
สื่อสารสองทาง ข้อมูลภาครับมากกว่าภาคส่ง
การติดต่อสื่อสาร
  • การประชุมทางไกล
  • การแพทย์ทางไกล
  • โทรศัพท์
  • ระบบสื่อสารภายในองค์กร
  • ISDN & High Speed Digital Line
สื่อสารสองทาง ข้อมูลภาครับและส่งใกล้เคียงกัน

กลยุทธ์และการนำเสนอโครงการดาวเทียม iPSTAR

รูปแบบการนำเสนอโครงการดาวเทียม iPSTAR มีความแตกต่างจากโครงการดาวเทียมทั่วไปดังนี้

  • iPSTAR เป็นโครงการดาวเทียมระบบบรอดแบนด์ในภูมิภาคเอเชีย ที่ได้รับความสนใจจากพันธมิตรธุรกิจจากประเทศต่างๆ ในเอเชีย ซึ่งร่วมมือกันทำให้โครงการ iPSTAR มีศักยภาพในเชิงแข่งขัน เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการดาวเทียมแถบความถี่กว้างของประเทศในแถบยุโรปหรืออเมริกา พันธมิตรธุรกิจ iPSTAR ซึ่งมีนโยบายจะร่วมมือกันนั้น ล้วนอยู่ในธุรกิจดาวเทียมทั้งสิ้น เช่น ผู้ดำเนินการให้บริการเช่าสัญญาณดาวเทียม, ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม, ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต, ผู้ให้บริการทีวีบอกรับสมาชิก, ผู้ผลิตอุปกรณ์ เป็นต้น
  • iPSTAR จัดระบบโครงสร้างทางธุรกิจให้มีหลายระดับ เพื่อเปิดโอกาสให้พันธมิตรทางธุรกิจที่สนใจ เข้าร่วมโครงการได้ในหลายรูปแบบ เช่น ผู้ดำเนินโครงการแห่งชาติ(National Service Operator : NSO) และผู้ให้บริการ(Service Provider) ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจว่า การดำเนินการสามารถเข้าถึงตลาด การขยายตัว การให้บริการของโครงการ iPSTAR เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  • บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด ( มหาชน) กำลังดำเนินการหาพันธมิตรทางธุรกิจจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาค โดยมีหลากหลายรูปแบบการร่วมโครงการที่นำเสนอ เช่น เสนอให้ร่วมเป็นผู้ดำเนินการแห่งชาติ NSO หรือเป็นผู้ให้บริการ SP เป็นต้น ปัจจุบันพันธมิตรที่ได้แสดงความสนใจร่วมในโครงการ iPSTAR ส่วนใหญ่ ล้วนเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ๆ ในประเทศ เช่น จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, เกาหลี, เวียดนาม, ออสเตรเลีย, ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย
  • บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด ( มหาชน) ได้คิดค้นพัฒนาในส่วนของอุปกรณ์รับสัญญาณภาคพื้นดินของ iPSTAR เป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถให้บริการได้ก่อนกำหนดเวลาที่จะมีดาวเทียม iPSTAR โดยจะนำมาใช้ร่วมกับดาวเทียมทั่วไปในปัจจุบันก่อน แต่จะให้ประสิทธิภาพการรับ- ส่งข้อมูลสูงขึ้นกว่า 2 เท่า ทั้งนี้การใช้งานดังกล่าวจะเป็นเพียงชั่วคราวก่อนที่ระบบ iPSTAR แบบเต็มรูปแบบจะสามารถให้บริการได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบแก่ iPSTAR ในการที่ได้เข้ามาจับตลาดก่อนโครงการอื่น
  • ปัจจุบัน iPSTAR ได้ถูกพัฒนารุดหน้าไปอย่างมาก โดยอุปกรณ์ส่วนภาคพื้นดินจะสามารถเริ่มให้บริการร่วมกับระบบดาวเทียมปัจจุบันได้ในประมาณปลายปี 2544 ในส่วนบริการ iPSTAR เต็มรูปแบบจะเริ่มให้บริการได้ในต้นปี 2547 กำหนดเวลาดังกล่าวเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ iPSTAR เพื่อชิงความได้เปรียบในการเข้าตลาดก่อนโครงการอื่น
  • iPSTAR เป็นโครงการที่มั่นคงเนื่องจากเทคโนโลยีต่างๆ ที่ iPSTAR ใช้งานนั้น ล้วนมีความเป็นไปได้ทั้งทางเทคนิคและการลงทุน ทำให้มั่นใจได้ว่าโครงการ iPSTAR จะเปิดบริการได้ตามกำหนด ซึ่งอาจจะเป็นโครงการดาวเทียมแถบความถี่กว้างโครงการแรกของโลก
  • iPSTAR จะเจาะกลุ่มลูกค้าไปยังตลาดผู้บริโภครายย่อย โดยเฉพาะบริการอินเทอร์เน็ตอัตราเร็วสูงในส่วนไมล์สุดท้าย ซึ่งเทคโนโลยีอื่นๆ ยังมีอุปสรรคในการเข้าถึงอยู่ โดยตรงข้ามกับดาวเทียมในปัจจุบันที่เจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคม หรือสถานีโทรทัศน์

 ลำดับเหตุการณ์สำคัญของโครงการดาวเทียม iPSTAR

14 มิถุนายน 2543 ชินแซทเทลไลท์เลือก Nera ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีหลักของเกตเวย์สำหรับ iPSTAR
20 มิถุนายน 2543 “ ไอพีสตาร์” โชว์กึ๋นชินแซทฯ มิติใหม่ดาวเทียมแห่งอนาคต
2 สิงหาคม 2543 “ ชินแซทเทลไลท์” ประกาศเลือก “ ลอรัล” เป็นผู้สร้างดาวเทียม iPSTAR
15 มกราคม 2544 iPSTAR ได้รับอนุญาตใช้ความถี่เพื่อให้บริการดาวเทียม iPSTAR ในออสเตรเลีย
27 กุมภาพันธ์ 2544 iPSTAR คืบหน้าได้พันธมิตร NSO รายแรกจากมาเลเซีย
เมษายน 2544 ชินแซทเทลไลท์จัดสาธิตระบบรับส่งสัญญาณภาคพื้นดินของ iPSTAR สำเร็จ
20 กรกฎาคม 2544 ชินแซทเทลไลท์รุกตลาดบรอดแบนด์ในจีน ได้ China Railway (Asia-Pacific) เป็นพันธมิตรรายใหญ่ ร่วมให้บริการอินเทอร์เน็ตอัตราเร็วสูงในจีน ครอง 20% ของช่องสัญญาณดาวเทียม iPSTAR
29 พฤศจิกายน 2544 ซีเอส อินเทอร์เน็ต ร่วมมือ ชินแซทเทลไลท์ เปิดบริการ iPSTAR อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียม จัดงานแนะนำ 4 บริการใหม่แก่ลูกค้า หวังกวาดตลาด ทั้งองค์กรใหญ่ กลาง และเล็ก
5 มีนาคม 2545 US Ex-Im Bank วางในชินแซทเทลไลท์ อนุมัติเงินกู้ 250 ล้านเหรียญ US$ แก่ดาวเทียม iPSTAR
18 เมษายน 2545 ชินแซทเทลไลท์ประกาศเลือก “ แอเรียนสเปซ” เป็นผู้ส่งดาวเทียมไอพีสตาร์
9 พฤษภาคม 2545 iPSTAR รุกตลาดบรอดแบนด์ในจีน จับมือ Shanghai VSAT เปิดการขายไตรมาส 3 ปี 2545 นี้
14 พฤษภาคม 2545 ชินแซทเทลไลท์จับมือ VSNL บริษัทสื่อสารใหญ่ที่สุดของอินเดีย ร่วมให้บริการบรอดแบนด์ในอินเดีย เร่งเปิดบริการในไตรมาส 4 ปี 2545 นี้
15 พฤษภาคม 2545 IPSTAR รุกตลาดเมียนมาร์ BAGAN Cybertech เลือกใช้ไอพีสตาร์เร่งขยายบริการโทรศัพท์ทางไกลชนบท
4 กรกฎาคม 2545 iPSTAR จับมือสามารถเทลคอม ร่วมให้บริการบรอดแบนด์ในประเทศไทย
8 สิงหาคม 2545 ชินแซทเทลไลท์และ Shanghai VSAT เปิดให้บริการ iPSTAR ในประเทศจีนปลายสิงหาคม 2545

 ประโยชน์ของการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม

ด้านการศึกษา

-  ยกระดับมาตรฐานการศึกษาของนักเรียนและสถานบันการศึกษาทั่วประเทศ

-  กระจายความเจริญและทรัพยากรทางด้านการศึกษาไปทุกพื้นที่ หรือจังหวัดที่ห่างไกล

- เปิดโลกยุคโลกาภิวัฒน์ทางด้านการศึกษาของเยาวชนไทยให้กว้างขึ้น
แหล่งข้อมูลที่ได้จากเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจะมาจากแหล่งข้อมูลจริงและทันต่อเหตุการณ์

-  สร้างความเท่าเทียมกันทางการศึกษา ที่ทุกพื้นที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ทำให้เกิดห้องสมุดเสมือน (Virtual Library) ซึ่งสามารถค้นคว้าข้อมูลได้ตลอดเวลาตามความต้องการ

ด้านธุรกิจ

-  สร้างภาพพจน์ของความเป็นผู้นำให้แก่กลุ่มธุรกิจ หรือบริษัทฯ ในเครือ

-  ได้รับความรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร การรับ-ส่ง E-mail

-   ข้อมูลบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมีความหลากหลายและกว้างขวาง ทำให้การประกอบธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

-   เพิ่มการให้บริการที่ดีรวดเร็ว แก่ลูกค้าขององค์กรในปัจจุบัน

-   เพิ่มช่องทางการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ของผู้ใช้บริการแก่สาธารณชน

-   เพื่อช่องทางการตลาดของสินค้าที่กว้างมากขึ้น

-   สามารถประกอบธุรกิจแบบเรียลไทม์ เช่น การตัดหักชำระค่าบริการผ่านอินเตอร์เน็ตจากบัตรเครดิทต่างๆ

-   เป็นช่องทางในการนำเสนอเพื่อกระจายข้อมูลไปทั่วโลก

-   ค่าใช้จ่ายในการสื่อสารต่ำ เมื่อเทียบกับการใช้ โทรสาร หรือ โทรศัพท์

รูปแบบการเชื่อมต่อแบบ STAR-LINK (Corporate )

ชุดอุปกรณ์ประกอบด้วย

        1. IPSTAR Professional Series

อุปกรณ์ที่จำเป็น

  1. เครื่องคอมพิวเตอร์

-    CPU ระดับ Pentium MMX 200 MHz ขึ้นไป

-    หน่วยความจำระดับ 64 MB ขึ้นไป

-   พื้นที่เก็บข้อมูล 20 MB สำหรับการติดตั้งโปรแกรม

-   เครื่องเล่นแผ่น CD ( CD-ROM Drive )

-   ช่องต่ออุปกรณ์แบบ USB Port

-    อุปกรณ์เครือข่าย ( LAN Card )

  1. อุปกรณ์สำหรับการเชื่อมเครือข่ายภายใน (LAN) ในกรณีที่ต้องการเชื่อมต่อมากกว่า 1 เครื่อง

การประยุกต์ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย IPSTAR

                            ระบบเครือข่าย IPSTAR FG สามารถนำไปใช้ในการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง ได้หลายรูปแบบ ได้แก่
       1.การรับ-ส่งข้อมูลสองทางแบบ Symmetric :  ที่ต้องการความเร็วของขารับและขาส่งใกล้เคียงกัน       เช่น การประชุมทางไกล

       2.การรับ-ส่งข้อมูลสองทางแบบ Aysmmetric : ที่ต้องการความเร็วของขารับมากกว่าขาส่ง เช่น Multimedia Internet Access

       3.การรับข้อมูลทางเดียวแบบ Broadcast หรือ Multicast : เช่น การศึกษาทางไกล เครือข่าย IPSTAR ได้รับการออกแบบมา ให้สามารถรองรับการสื่อสารได้ทั้ง Voice, Data, และ Video บน Internet Protocol (IP) Platform ได้ที่ความเร็วสูงสุด 8 Mbps สำหรับขารับ และ 2.5 Mbps สำหรับขาส่ง

 * *References **

1. http://www.csloxhispeed.com

2. www1.mod.go.th/opsd/dstcweb/ict/satellite.doc

3.images.suradechr.multiply.multiplycontent.com/attachment/0/R2jYLgoKCn8AADHYdWM1/ลักษณะการทำงานของ%2520IPSTAR.doc

4.http://www.contactcenter.cattelecom.com/thai/datacom/CAT_iPSTAR_info.asp

About these ads

ปิดการแสดงความเห็น